ภาวะตกขาว


ภาวะตกขาว ซึ่งบางทีเรียกว่า มุตกิด หรือระดูขาวนั้น เป็นภาวะหนึ่งที่สตรีส่วนมากต้องประสบและทำให้สตรีจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์ และสูตินรีแพทย์ ภาวะดังกล่าวอาจเป็นอาการที่แสดงออกมาจากตอบสนองต่อฮอร์โมนในสตรีที่ปกติ หรือจากการที่เป็นโรคที่ไม่รุนแรงเรื่อยไปจนกระทั่งถึงโรคที่รุนแรงก็ได้ ดังนั้นภาวะนี้จึงมีความสำคัญมิใช่น้อย


ตกขาว คืออะไร

ตกขาว เป็นของเหลวใด ๆ ที่ไหลออกมานอกช่องคลอด แต่ไม่ใช่เลือด ของเหลวดังกล่าวส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นจากช่องคลอด ปากมดลูก และอวัยวะข้างเคียงบริเวณปากช่องคลอด ลักษณะของตกขาว จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทั้งในขณะที่อยู่ในภาวะปกติ หรือกำลังเป็นโรคอยู่

ภาวะตกขาวที่ปกติเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

ตามปกติแล้วในสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (อีกนัยหนึ่ง คือ สตรีที่อยู่ในช่วงอายุที่ยังมีประจำเดือน หรือมีฮอร์โมนเพศหญิงเจริญเต็มที่) จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแตกต่างกันไปตามระยะของประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีผลต่อการลักษณะของเหลวที่สร้างขึ้นมาจากอวัยวะต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์สตรี ดังเช่น ในช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนหรือระยะใกล้เคียงกับการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ทำให้ในช่วงเวลานี้ จะมีตกขาวลักษณะค่อนข้างเหลวใส ๆ ปริมาณมากกว่าระยะเวลาอื่น ส่วนตกขาวในระยะเวลาอื่นจะมีสีขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก นอกจากนั้นแล้ว ตกขาวที่ปกติควรจะไม่คัน และไม่มีกลิ่น ถ้าตกขาวของท่านมีลักษณะดังที่กล่าวมานี้ถือว่าปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา
 
อย่างไรก็ตาม  สตรีแต่ละท่านจะมีปริมาณตกขาวแตกต่างกันไป บางท่านอาจมีปริมาณตกขาวมากจนเปื้อนชุดชั้นในอยู่หลายวันในแต่ละเดือน แต่สำหรับบางท่านอาจมีปริมาณน้อยจนไม่รู้ว่ามีตกขาวเลย

นอกจากนี้ ฮอร์โมนในสตรีในวัยดังกล่าว ทำให้เซลล์ในช่องคลอดสมบูรณ์ และมีการสร้างสารประเภทแป้งที่เรียกว่าไกลโคเจน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยแบคทีเรียชนิดหนึ่งให้เป็นกรดอ่อน ๆ  ภาวะนี้จะช่วยป้องกันการรุกรานจากเชื้อโรคชนิดอื่นที่ก่อให้เกิดความผิดปกติ ได้ 


ภาวะตกขาวที่ผิดปกติเป็นอย่างไร มีสาเหตุจากอะไร

ตกขาวผิดปกติจะมีลักษณะที่ต่างออกไปจากที่กล่าวมาข้างต้น จะมีสาเหตุใหญ่อยู่ 2 ประเภท คือ สาเหตุจากการติดเชื้อ และสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ


ตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ

ตกขาวจากสาเหตุนี้ เกิดได้จากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา และพยาธิในช่องคลอด ตกขาวประเภทนี้ บางชนิดจะมีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ดังจะกล่าวต่อไป


ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส

เชื้อไวรัสบางชนิดเป็นเชื้อโรคที่ติดต่อมาโดยการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มี เชื้อ บางครั้งอาจไม่มีอาการชัดเจน ตัวอย่างของโรคในกลุ่มนี้ได้แก่ โรคเริมซึ่งเป็นโรคที่ไม่หายขาด จะมีอาการเป็นตุ่มใส ๆ ขนาดเล็ก ต่อมาจะแตกเป็นแผลแสบ มีตกขาวสีเหลืองมีกลิ่นผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งแรกที่ปรากฏอาการ


ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย

ตกขาวประเภทนี้มักมีสีเหลือง หรือค่อนข้างเขียว อาจมีอาการคันในบางราย เชื้อบางชนิดอาจเกิดตกขาวมีกลิ่นคาวปลาหลังการร่วมเพศ แต่ในกรณีที่มีการติดเชื้อจากโรคหนองในจะมีตกขาวสีเหลืองจัด อาจร่วมกับมีอาการปัสสาวะแสบขัดได้


ตกขาวมีสาเหตุจากเชื้อรา

เชื้อราในช่องคลอดมักทำให้เกิดอาการตกขาวสีขาว มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ คล้ายนมที่ทารกแหวะออกมา และมีอาการคันช่องคลอด การตกขาวชนิดนี้มักไม่ได้เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ น้ำยาสวนล้างช่องคลอดที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยกำลังใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน


ตกขาวที่มีสาเหตุจากเชื้อพยาธิในช่องคลอด

พยาธิชนิดนี้เป็นโรคติดต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง มักมีสีเหลือง อาจเห็นเป็นฟอง มีอาการคันช่องคลอด และอาจมีกลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย


ตกขาวที่มีสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ

ตกขาวผิดปกติประเภทนี้ มีสาเหตุได้จาก การระคายเคืองหรือแพ้สารเคมี จากมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี

 (เช่น มะเร็งของปากมดลูก ช่องคลอด ท่อนำไข่) รวมทั้งเกิจากการมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด


ท่านจะทำอย่างไรในกรณีที่เกิดปัญหาตกขาว

ท่านที่ประสบปัญหาตกขาวที่มีลักษณะปกติดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ท่านก็ไม่จำเป็นต้องทำการรักษาแต่อย่างไร เพียงแต่ควรมาพบสูตินรีแพทย์ของท่าน เพื่อตรวจภายในพร้อมทั้งตรวจมะเร็งปากมดลูกประจำปี

แต่ถ้าหากว่าท่านมีอาการตกขาวที่มีลักษณะผิดปกติ กล่าวคือ มีสี กลิ่นผิดไปจากปกติหรืออาจมีอาการคันร่วมด้วย ก็ควรจะได้รับการตรวจและรักษาให้ถูกต้องตามสาเหตุ ทั้งนี้เนื่องมาจากการรักษาที่ตรงตามสาเหตุจะทำให้โรคหายเร็วขึ้น เช่น ในกรณีที่ตกขาวจากเชื้อรา แพทย์อาจจะให้ยาเหน็บรักษาด้วย โคลไทรมาโซล หรือถ้าเป็นจากเชื้อพยาธิในช่องคลอด ก็อาจจะต้องใช้ยารับประทาน เมโทรนิดาโซล เป็นต้น ประการที่สองสาเหตุของตกขาวที่ปิดปกติบางครั้งอาจเกิดจากมะเร็งอวัยวะสืบ พันธุ์สตรีได้ โรคดังกล่าวนี้ควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ส่วนประการสุดท้ายคือ ถ้าอาการตกขาวของท่านมีสาเหตุจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ท่านควรจะได้รับการ ตรวจหาพร้อมกับการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นที่อาจเกิดร่วมด้วย รวมทั้งต้องมีการตรวจรักษาคู่สมรสด้วย จึงจะไม่ทำให้ท่านและคู่สมรสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดโรคขึ้นซ้ำอีกในภายหลัง


ข้อเขียนโดย- พ.อ.ผศ.น.พ.ธนบูรณ์   จุลยามิตรพร
-  อาจารย์ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา
   วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
-  หน่วยช่วยการเจริญพันธุ์ และต่อมไร้ท่อทางนรีเวช
    กองสูตินรีเวชกรรม รพ.พระมงกุฎเกล้า
- สูติแพทย์ที่ปรึกษา รพ.วิภาวดี

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตกขาวที่ปกติ มักจะมีปริมาณไม่มาก

ลักษณะและช่วงเวลาปกติ

ช่วงเวลา : สตรีในช่วงปกติ
ลักษณะที่ปกติ : ตกขาวมี สีขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก ไม่มีกลิ่น ไม่คัน

ช่วงเวลา : สตรีในช่วงกลางรอบเดือนที่มีการตกไข่
ลักษณะที่ปกติ : ตกขาว จะมีลักษณะเป็นมูกใส ไม่มีกลิ่น ไม่คัน

ช่วงเวลา : สตรีตั้งครรภ์
ลักษณะที่ปกติ : มีปริมาณมากกว่าปกติ แต่ยังเป็นสีขาว ไม่มีกลิ่น ไม่คัน

ช่วงเวลา : สตรีในวัยหมดประจำเดือน
ลักษณะที่ปกติ : มักมีน้อยกว่าปกติ จากฮอร์โมนลดลง ช่องคลอดมักแห้งกว่าเดิม

ตกขาวที่ผิดปกติ มักจะมีปริมาณมาก

สาเหตุและอาการผิดปกติ

สาเหตุ : เชื้อรา
อาการผิดปกติ : ตกขาวมีลักษณะเป็นก้อน เป็นลิ่มนม มีกลิ่น คัน

สาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย เช่น หนองใน
อาการผิดปกติ : ตกขาวมีสีเหลือง คล้ายนมข้น ปัสสาวะแสบ คัน

สาเหตุ : พยาธิ
อาการผิดปกติ : ตกขาวมีสีขาวจากการตรวจภายในเห็นเป็นฟองๆ คัน

สาเหตุ : มีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ในช่องคลอด
ผู้ใหญ่ ได้แก่ ถุงยาง หรือ ขอบตาแพะ
เด็ก ได้แก่ เมล็ดผลไม้ วัสดุชิ้นเล็กๆ
อาการผิดปกติ : เกิดการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรีย ตกขาวมีสีเหลือง แสบ คัน

ข้อควรระวัง

อย่าปล่อยให้มีอาการผิดปกติของตกขาวอยู่นานจนเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือเชื้อลุกลามไปยังมดลูก และปีกมดลูก เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังอาจเป็นต้นเหตุของฝีในอุ้งเชิงกรานได้ด้วย

การดูแลรักษา

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างถูกต้อง ที่สำคัญควรให้ฝ่ายชายมารับการตรวจและรักษาพร้อมๆ กัน ในเด็กที่มีตกขาวผิดปกติก็ไม่ควรประมาท อาจตั้งข้อสันนิฐานว่าอาจเกิดจากการล่วงละเมิดทางเพศก็เป็นได้

                                            ลักษณะผิดปกติของตกขาว

การติดเชื้อในช่องคลอดมักจะมีอาการตกขาว คัน และมีกลิ่นคาวออกมา เชื้อที่เป็นสาเหตุของการอักเสบในช่องคลอดได้แก่ trichomoniasis (สาเหตุจากเชื้อ T. vaginalis),การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด bacterial vaginosis (โดยการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นเช่น anaerobic microorganisms, mycoplasmas, and Gardnerella vaginalis แทนเชื้ออื่น),และเชื้อรา candidiasis ลักษณะที่สำคัญคือ

  • มีปริมาณตกขาวเพิ่มขึ้นมาก
  • สีเปลี่ยนจากขาวไปเป็นสีเหลือง น้ำตาลหรือสีเขียว
  • มีกลิ่น
  • คันบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะเพศ
  • ปัสสาวะขัด
ควรจะพบแพทย์ตรวจเมื่อไร
  • ตกขาวร่วมกับอาการปวดท้องและหรือมีไข้
  • ตกขาวในเด็ก
  • ตกขาวเป็นนานกว่า 2 สัปดาห์
  • สงสัยว่าจะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การวินิจฉัยสาเหตุของโรคตกขาว
  1. นำตกขาวมาตรวจหาความเป็นกรดหาก pH<4.5 โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่ Bacterial Vaginosis or trichomoniasis
  2. นำตกขาวมา 1 หยดละลายด้วยน้ำยา KOH หากได้กลิ่นปลาน่าจะเป็นโรคBacterial Vaginosis
  3. นำslide ในข้อ 2 ไปส่องกล้องหากพบใยๆก็เป็นการติดเชื้อรา
  4. นำตกขาว 1 หยดเจือจางด้วยน้ำเกลือแล้วไปส่องกล้องจะเห็นตัวเชื้อ trichomoniasis หรือ Bacterial Vaginosis

การติดเชื้อแบคทีเรีย Bacterial Vaginosis

การติดเชื้อทริโคโมเนส TRICHOMONIASIS

การติดเชื้อรา Vulvovaginal Candidiasis (VVC)

การป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด

  •  
    • ให้ใส่ถุงยางสำหรับคู่ขาคนใหม่
    • รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ออกกำลังกาย นอนหลับให้พอ ดื่มน้ำมากๆ
    • ดูแลบริเวณนั้นให้สะอาดและแห้ง
    • ใช้กางเกงในผ้าฝ้าย ให้ใส่เสื้อผ้าหลวมๆเพิ่มให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
    • ให้เช็ดก้นจากหน้าไปทางข้างหลัง
    • ไม่ใช้ผ้าอนามัยชนิดสอด หรือชนิดกลิ่นหอม
    • ไม่ใช้สารหล่อลื่น
    • ไม่สวนล้างช่องคลอด เนื่องจากการสวนล้างช่องคลอดจะทำให้ความสมดุลของเชื้อเสียไป
    • อย่าใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน
    • งดร่วมเพศขณะรักษา
    • ห้ามใส่น้ำหอม หรือสบู่หอบ
    • ให้ล้างอวัยวะเพศก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์
  • เอาล่ะค่ะได้อ่านแล้วสบายใจขึ้นกัน หรือยังคะ ครูเอามาหลายๆเวอร์ชั่นจะได้หลากหลายขึ้น ถ้ายังไงครูก็ขอให้ผู้อ่านปลอดภัย จากโรคร้ายกันถ้วนหน้านะคะ

เครดิต : KRU TUCK

Comment

Comment:

Tweet

? ?ำหรับคนที่เป็นอาการตกขาวดิฉันอยากจะทำแนะนำค่ะ เพราะดิฉันก็เป็นและไปหาหมอและได้ทั้งยาเหน็บและยากินมา แต่พอยาหมดตกขาวก็หายค่ะ แต่หายไประยะนึงแล้วก็กลับมาเป็นอีกค่ะ แต่ว่าดิฉันก็หาข้อมูลจากทุกคนที่มีเคล็ดลับดีๆมาบอก และดิฉันก็อยากจะบอกอีกทีค่ะ ก่อนหน้านั้นดิฉันไม่ค่อยเช็ดน้องสาวเลยเวลาเข้าห้องน้ำและนี่ก็เป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้เป็นตกขาว เพราะจะทำให้น้องสาวอับชื้นเพราะฉะนั้นต้องเช็ดให้แห้งทุกครั้งนะคะ แล้วเวลาอาบน้ำนะคะ เวลาล้างน้องสาวนั้นไม่ต้องใช้สบู่ก็ได้ใช้แค่น้ำเปล่าผสมเกลือสักเล็กน้อยค่ะ ดิฉันทำมาสักพักแล้วก็เหมือนจะหายแล้วค่ะ ไม่คันแล้วด้วย และดิฉันก็ซื้อรากสามสิบแคปซูลมากินด้วยค่ะ บำรุงสตรีโดยเฉพาะค่ะ มันทำให้เรามีหน้าอกเพิ่มขึ้นด้วยนะคะhttps://www.facebook.com/raksamsibkhunsumrit/

#15 By TATAR (180.183.16.71) on 2015-12-12 00:02

#14 By (171.96.186.197|171.96.186.197) on 2015-02-18 18:34

#13 By (125.27.246.126|125.27.246.126) on 2014-08-12 18:40

ขอบคุณมาก

#12 By บาคาร่าออนไลน์ (103.7.57.18|171.4.224.5) on 2013-05-15 21:24

เวลาหาข้อมูลในเน็ต ก้อมักจะแนะนำว่าให้พบแพทย์ให้ปรึกษาแพทย์ แต่พอไปพบแพทย์เข้าจิงๆ แพทย์กลับไม่ได้ช่วยอะไรเรย ไม่แนะนำ ตรวจไม่ละเอียด ในบางท่าน ยังแสดงความรำคานเมื่อเราถามมากขึ้น เคยมีอาการคัน มาก มีตุ่ม แสบ หมอตรวจภายในบอกว่าไม่ได้เปนอะไร แร้ว สิ่งที่ดิฉันเป็นเขาเรียกว่าอะไร แร้วอาการคันจะบรรเทาอย่างไร ตุ่มที่ขึ้นมันคืออะไร แบบนี้แร้วจะเรียกว่าปกติได้งั้นหรือ   
ไปหาหมอหลายที่ แต่ละที่มักตรวจแบบ ขอไปที ไม่แน่ใจว่าเปนเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิ์ประกันสังคมหรือเปล่า ทุกวันรู้สึก อคิติกับหมอมาก เวลาเปนอะไรที กอรู้สึกเครียด ถ้าไม่เปนมากจิงๆก้อไม่กล้าไปหาหมด กลัวหมอจะบ่นกลัวหมอจะรำคาน

#11 By poypoy (103.7.57.18|58.8.74.22) on 2013-03-26 13:09

ปัญหาตกขาวจะหมดไป ควรใส่ใจและดูแลให้ดีค่ะ confused smile

#10 By ตกขาว (103.7.57.18|27.55.0.19) on 2012-10-25 13:35

“เอน่า” ผลิตภัณฑ์สำหรับสาว สาว สาว เป็นสารสกัดเกรด A นำเข้าจากต่างประเทศ มี อย. รับประกัน 100 % ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนปรับขนาดหน้าอกให้สะบึ้ม กระชับ เต่งตึง รวมไปถึงช่องคลอดที่ฟิตกระชับ ไร้กังวล มั่นใจ ผิวพรรณขาวใส ลดการตกขาวและกลิ่นไม่พึงประสงค์ของน้องหมีลี้ลับ เพียงแค่คุณสาวๆ ทาน “เอน่า” วันละ 1-2 แคปซูล ก่อนนอนเท่านั้น คุณจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในด้าน++ จากตัวคุณและคนข้างๆ ^^ เพียง 3 อาทิตย์ เท่านั้น กับ “เอน่า” สนใจติดต่อมาได้เลยนะคะที่ 091-1190545
ดูข้อมูลและประโยชน์ได้ที่ http://www.maemod.com/

www.beautysecretthailand.blogspot.com

#9 By ลิซ่า (103.7.57.18|58.8.37.163) on 2012-07-30 14:55

เป็นเหมือนกันค่ะ กังวลมากไม่กล้าไปหมอ เหมือนกัน ใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ เพราะว่ามันมีอาการคัน ช่องคลอดตลอด .. มีเพื่อนแนะนำให้ลองใช้ ผลิตภัณฑ์ ชนิดนึง ตอนแรก ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะใช้มาหลายตัวแล้ว แล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย ก็เลยตัดสินใจลองอีกสักตัวนึง ปรากฎว่า เราใช้แล้วอาการเหล่านั้น หายไป ดีใจมากเลยค่ะ ใครที่กำลังเจอปัญหา แบบเราอยู่ ลองเข้าไปดู ตาม www.beautysecretthailand.blogspot.com ขอให้หายเหมือนกันนะคะ สู้ๆคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#8 By โบว์ (103.7.57.18|124.121.246.21) on 2012-07-04 13:14

หนูเป็นมานานแล้ว ไปหาหมอ กินยาก็ดีขึ้นแต่แป็บเดียว มันไม่หายขาด ลำคาญมาเลยค่ะ บางครั้งต้องใส่ผ้าอนามัยเลย

#7 By นน (103.7.57.18|110.49.241.37) on 2012-05-04 20:55

ทำไมไปตรวจภายในแล้ว ไม่พบการติดเชื้อ
กินยา 2 ตัว ก็ยังไม่หาย ทำงัยดี sad smile sad smile sad smile sad smile

#6 By นิรนาม (203.172.120.2) on 2011-07-21 20:45

คำแนะนำดีสำหรับคนที่มีปัญหาค่ะ
ตอนนี้มีบ้างแต่ไม่มากเท่าไร มีกลิ่นไม่มาก แต่รู้สึกรำคาญ

#5 By lan - la (124.120.24.68) on 2011-01-19 10:36

อบากถามว่าลักษณะในช่องคลอดของคนอ้วนเปนยังไงเหรอค่ะ ของหนู เอานิ้วแย่เข้าไปมันเป็นเนื้อๆนุ่มๆมีเม็ดเล็กๆเต็มไปหมด เปนไรมากหรือป่าวค่ะ ไครู้ช่วยตอยหนูหน่อยค่ะbig smile

#4 By กังวล (202.28.68.33) on 2010-10-17 01:02

ขอบคุณที่เผยแพร่ความรู้นี้ ทำให้พวกเราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอบคุณจริงๆ

#3 By kop (125.26.60.37) on 2010-09-09 20:21

เนื้อหาดีมากๆๆๆๆๆๆๆเลยได้สาระความรู้
จะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง

#2 By vergin (58.147.41.206) on 2010-07-07 23:27

อยากปรึกษาจังค่ะ ตกขาวของฉันไม่มี ณ ที่นี้เลยค่ะ

#1 By yui (110.49.137.181) on 2010-01-21 09:01