egypt

ข้อมูลอียิปต์

posted on 10 Nov 2008 00:31 by shadow-ofdead in knowledge

ข้อมูลโดยสังเขปของประเทศอียิปต์
ชื่อทางการ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (Arab Republic of Egypt)
ประชากร 66,050,000 (1998) ในเขตเมืองร้อยละ 45
ภาษา อารบิกเป็นภาษาราชการ และภาษาต่างประเทศที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส
ศาสนา มุสลิม (สุหนี่) ร้อยละ 94 คริสเตียนคอปติก และอื่น ๆ ร้อยละ 6
เมืองสำคัญ ไคโร เมืองหลวง (ประชากร 9,600,000 คน) อเล็กซานเดรีย (ประชากร 3,584,000 คน)
รูปแบบการปกครอง สาธารณรัฐ
ประมุข : ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค(Hosni Mubarak)
ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ตุลาคม 2524 (1981) และได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 4 ในปี 2542 (1999)
นายกรัฐมนตรี : นาย Atef Ebeid ดำรงตำแหน่งปี 1999
รัฐมนตรีต่างประเทศ : นาย Mohamed Maher (พ.ค. 2544)
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 3.40 ปอนด์
รายได้ประชาชาติต่อหัว 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) 183.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

1. ข้อมูลทั่วไป
อียิปต์ตั้งอยู่บนมุมสุดทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกาและบริเวณเหนือข้ามคลองสุเอซ ไปในคาบสมุทรไซนาย มีเนื้อที่ประมาณ 1,002,000 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดทะเล เมดิเตอร์เรเนียนทางภาคเหนือ ติดอิสราเอลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ติดทะเลแดงภาคตะวันออก ติดซูดานทางภาคใต้ และติดลิเบียทางภาคตะวันตกอียิปต์เป็นประเทศที่มีแผ่นดินเชื่อมต่อ ระหว่าง ทวีปแอฟริกากับเอเชีย ผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ หลังจาก ได้มีการขุดและเปิดใช้คลองสุเอซ เมื่อปี พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869) เส้นทางผ่านคลองสุเอซของอียิปต์ ได้กลายเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกแม้อียิปต์จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่พื้นที่เพาะปลูก มีเพียงร้อยละ 4 หรือประมาณ 4 หมื่นตารางกิโลเมตร ในบริเวณสามเหลี่ยมที่ราบลุ่มปากแม่น้ำไนล ์เป็นส่วนใหญ่ และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำไนล์ตลอดสาย เนื้อที่ของประเทศส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 92 เป็นทะเลทรายและภูเขา มีอากาศแห้งแล้ง และมีฝนตกน้อยมาก ฝนตกประมาณ 200 มิลลิเมตรต่อปี แถบบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ทางภาคเหนือ และบริเวณที่ราบปากแม่น้ำไนล์ กรุงไคโรมีประชากร ประมาณ 10 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 6 ของพลเมืองทั้งประเทศ คนอียิปต์มีเชื้อชาติที่สำคัญ คือ เฟลลาฮีน เบดูอิน และนูเบียน

2. การเมืองการปกครอง
อียิปต์ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข การเลือกตั้ง ประธานาธิบดีกระทำโดยการลงประชามติ และจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี ปัจจุบันนาย Mohamed Hosni Mubarak เป็นประธานาธิบดี ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 4 โดยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2542 สมัชชาประชาชน (People’s Assembly) ของอียิปต์ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 454 คน ได้ลงคะแนนเสียง (445 เสียง) สนับสนุนให้ประธานาธิบดี Hosni Mubarak ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2524 ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีต่อไปอีกเป็นสมัยที่ 4 (ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2542 ภายหลังที่ได้รับเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน คือ นาย Atef Ebeid ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2542
(ค.ศ. 1999)


อียิปต์มีพรรคการเมือง 13 พรรคที่สำคัญ ได้แก่ National Democratic Party (NDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมีประธานาธิบดีมูบารัคเป็นประธานพรรค Labour Party, New Wafq Party, Liberal Party (Ahrar), Tabammu (Progressive Unionist Party) และ Democratic Nasserite Party
พรรค NDP ของรัฐบาล จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2521 ในสมัยประธานาธิบดีซาดัต และได้รับเลือกตั้งเข้าบริหาร ประเทศตลอดมา

รัฐสภาอียิปต์มี 2 สภา คือ
สภาประชาชน (People’s Assembly) มีสมาชิก 454 คน มาจากการเลือกตั้ง 444 คน และประธานาธิบดีแต่งตั้ง 10 คน มีวาระ 5 ปี ประธานรัฐสภา คือ Dr. Ahmed Fathi Sorour
สภาที่ปรึกษา (Shura Council) มีสมาชิก 285 คน ประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งจากบุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ จำนวน 2 ใน 3 (190 คน) อีก 95 คน ประชาชนเป็นผู้เลือก มีวาระ 3 ปี

--------------------------

 

ประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ

.............อียิปต์เป็นประเทศที่อยู่ทางตอนบนของอาฟริกา มีแน่น้ำไนล์เป็นเส้นเลือดคอยหล่อเลี้ยงดินแดนนี้ ให้อุดมสมบูรณ์ จนกล่าวได้ว่านับเป็นอีกหนึ่งอารยธรรมที่อุดมณ์สมบูรณ์เกือบถึงที่สุดในยุคแรกๆ สองฟาก ฝั่งแน่น้ำไนล์เต็มไปด้วยความอุดมอย่างยิ่งยวดแม้ว่าน้ำจะท่วมทุกปีก็ตาม ผู้คนที่มาลงหลักปักฐานที่นี่มีหลักฐาน เชื่อได้ว่ามีมาตั้งแต่ยุคสมัยหินเก่า และก็ยังเป็นไปได้อีกว่าผู้คนที่อยู่อาศัยที่นี่อยู่มาตั้งแต่สมัยหินเก่าจนถึงสมัย ราชวงศ์ (ประมาณ 8000-3100) ปีก่อนศริศตกาลอีกด้วย ผู้คนแถบนี้นับว่าเป็นคนช่างคิดและมีวิยาการสูง พวกเขามีความสามารถในการควบคุมแม่น้ำไนล์ที่จะต้องเอ่อท่วมฝั่งทุกปี และยังสามารถมีกระบวนการทาง เกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น รู้เรื่องการผสมพันธุ์สัตว์อย่างเป็นระบบ การเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์พืช ทำให้ ประเทศอียิปต์ในสมัยนั้นร่ำรวยขึ้นจนสามารถก่อสังคมขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพได้
.............สังคมอียิปต์โบราณนั้นมีการแบ่งหน้าที่ของชนชั้นอย่างชัดเจน มีชนชั้นพระที่คอยตอบสนองเรื่อง ความต้องการทางด้านจิตใจ มีนักรบคอยป้องกันดินแดน และยังสามารถถ่ายโอนแรงงานที่เป็นเกษตกรมา เป็นแรงงานกรรมกรเพื่อก่อสร้างสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่เช่น ปิรามิดได้อย่างไม่ยากเย็น ดินแดนอียิปต์ ภายหลัง เมื่อกลายเป็นสังคมที่มีการปกครองโดยชั้นกษัตริย์ ยังมีการแบ่งแยกเป็นสองส่วนคืออียิปต์ตอนเหนือ และอียิปต์ ตอนใต้ บางที่อียิปต์ตอนเหนือก็เข้มแข็งมากกว่า บางที่อียิปต์ตอนใต้ก็มีอำนาจมากกว่า เป็นลักษณะนี้อยู่นาน จนถึงสมัยกษัตริย์ เมเนส (นักอียิปต์วิทยาสันนิษฐานว่าเป็นพระองค์เดียวกันกับราชันต์แมงป่อง) ฟาโรห์จาก อียิปต์ตอนเหนือ ความสมดุลระหว่างสองเมืองก็เปลี่ยนแปลงไป ความเจริญก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น มีการพัฒนา อุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินผา เครื่องโลหะต่างๆ และเริ่มมีอักษรเฮียโรกลิฟฟิคใช้กันแล้ว นอกจากนียังมีความ เชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย ดังนั้นจึงมีการคิดวิธีดองศพด้วยวิธีการทำมัมมี่
..............ช่วงเวลาที่ถือว่าเป็นความรุ่งเรืองของอารธรรมอียิปต์ช่วงแรกคือช่วงอาณาจักรเก่า (2650-2150 ก่อนศริสตศักราช) เมืองหลวงเมืองแรกคือ ธีนิส ต่อมาเปลี่ยนไปอยู่ที่เมมฟิสในอียิปต์ตอนล่าง ฟาโรห์ซึ่งเป็น ตำแหน่งกษัตริย์ของนครเป็นผู้เดียวที่อาจจะสั่งให้มีการก่อสร้างปิรามิดเพื่อนเก็บศพของพระองค์ ต่อมา สังคมอียิปต์เริ่มสั่นคลอน เกิดสงครามระหว่างข้าหลวงในราชสำนัก แผ่นดินกลับแยกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เหมือนเมื่อครั้งยังไม่เจริญทางด้านอารยธรรม แต่ก็ยังมีการรวมกันฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งในช่วงอาณาจักรกลาง เมื่อโครงการชลประธามฟายุมเกิดขึ้น และเมื่อฟาโรห์ขยายอำนาจของพระองค์ลงไปทางตอนใต้ทางนูเบีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือทางไซนาย แต่ถึงแม้ว่าอียิปต์จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในการรวบรวมและ ขยายดินแดน แต่ช่วงยุคนี้อียิปต์ยังต้องเผชิญต่อการอพยพของชนเผ่าฮิกซอส ชนชาวเอเชียซึ่งทำให้อียิปต์ต้อง ซบเซาลงอีก
..............กว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาสู่การฟื้นตัวเต็มที่ก็ต้องผ่านมาถึงราชวงศ์ที่ 17 อียิปต์ก็ลุกขึ้นมา โดดเด่นอีกครั้ง ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรารู้จักกันในนามอาณาจักรใหม่ (1560-1085ก่อนค.ศ.) มันเป็นศรรตวรรษ ใหม่ของสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าที่คาร์นัก อาบูเซมเบล หรือลักซอร์ หรือว่าเป็นสมบัติของตุตันคาเมน (ราชวงศ์ที่ 18) หรือการเขียนหนังสือลงบนกระดาษปาปิรุสก็เกิดขึ้นในยุคนี้
..............เมื่อมาถึงยุคของฟาโรห์อาเมนโนพิสที่ 4 อียิปต์มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นครั้งหนึ่งเมื่อมีการ นำศาสนาที่มีเทพเจ้าองค์เดียวเข้ามานับถือ คือเทพอาตัน เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์มาบังคับใช้ในหมู่ประชาชน ซึ่งแต่เดิมชาวไอยคุปต์นับถือเทำเจ้าหลายพระองค์อยู่แต่ก่อน ว่ากันว่าการปฏิรูปศาสนาครั้งนี้ได้แรงสนับสนุน จากราชินีเนเฟอร์ติตี ซึ่งเป็นราชินีที่มาจากดินแดนซึ่งนับถือเทพเจ้าองค์เดียว (ใหนๆก็พูดถึงขอเล่าซะหน่อย นะคือว่า ตามประวัติ ราชินีองค์นี้มีสิริโฉมงดงามมาก เป็นเจ้าหญิงจากไมตานี ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณแห่ง หนึ่งแถวๆทางเหนือของเมโสโปเตเมีย หลังจากใช้ชีวิตร่วกับอาเมนโฮเทปที่ 4 ได้ 12 ปี ทั้งสองก็ไม่มีพระโอรส คงมีแค่พระราชธิดา 6 พระองค์ ซึ่งได้เป็นราชินีอียิปต์ถึง 2 พระองค์ ไม่แน่ใจว่าองค์โตหรือองค์รองที่สมรส กับซาเมนคาเร ส่วนพระธิดาองค์ที่ 3 สมรสกับตุตันคาเมน ) พระองค์ถือโอกาสเปลี่ยนชื่อจากอาเมนโอเทปที่4 เป็น อัคเคนาตัน (แปลว่าผู้รับใช้อาตัน) แล้วย้ายเมืองหลวงแห่งใหม่ไปอยู่ที่ อัคเคนาตันซึ่งอยู่เหนือเมืองหลวงเก่า ธีบิส ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 300 กม. (ปัจจุบันคือพื้นที่ของเมือง เทลแอลอามาร์นา)การกระทำครั้งนี้ของ พร